2009/10/27

อาหารญี่ปุ่นต้นตำรับ โตเกียว เทเบิล

ร้านอาหารญี่ปุ่นอีกหนึ่งร้านที่น่าสนใจมาแนะนำให้กับสาวกอาหารญี่ปุ่นได้ไปลองลิ้มรสชาติกัน ร้านนี้มีชื่อว่า “โตเกียว เทเบิล” ตั้ง อยู่ย่านเอกมัย ร้านนี้มีความน่าสนใจตั้งแต่บรยากาศร้าน ที่เมื่อเข้ามาแล้วจะสัมผัสได้ถึงความสงบ ไม่วุ่นวาย แถมได้อารมณ์เหมือนมานั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน

มุมเรือนไทยชวนนั่งสบายๆ
เพราะทางร้านได้นำเอาบ้านเก่ามาตกแต่งใหม่ เป็นสไตล์แบบไทยผสมญี่ปุ่น เน้นความเป็นธรรมชาติรายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีส่วนของโต๊ะนั่งให้เอกนั่งได้ตามชอบใจ มีทั้งโซนมุมเรือนไทยด้านหน้าติดแอร์นั่งสบาย ส่วนด้านในตัวบ้านจัดเนโต๊ะเก้าอี้ไม้ดูอบอุ่นนั่งสบาย มีมุมซูชิบาร์บริการด้วย ส่วนด้านบนของบ้านมีห้องส่วนตัวบริการ 3 ห้อง

มาถึงความน่าสนใจของอาหารที่ร้านนี้ให้บริการอาหารญี่ปุ่น ที่โดดเด่นและแตกต่างไปจากร้านอื่นๆ คือบริการอาหารญี่ปุ่นพื้นเมืองแบบต้นตำรับ คัดสรรความหลากหลายของเมนู และการเลือกสรรวัตถุดิบที่ดีมีคุณภาพ โดยเฉพาะอาหารทะเลจะสั่งตรงจากชาวประมงที่ประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว เรียกว่าได้กินความสดเหมือนที่ญี่ปุ่นไม่มีผิดเพี้ยน และนอกจากจะมีอาหารญี่ปุ่นแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารไทยบริการด้วย และมีอาหารแนวฟิวชั่นแปลกใหม่ที่ผสมผสานระหว่างอาหารญี่ปุ่นกับอาหารไทยให้ ลงตัวทั้งรสชาติและสีสันหน้าตา อันถูกปากทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

ปอเปี๊ยะสดโตเกียว เทเบิล
ถึงตรงนี้คงอยากจะรู้แล้วล่ะสิว่าอาหารจานเด่นของที่นี่มีอะไรน่ากิน บ้าง ถ้าอย่างนั้นตามมาเปิดเมนูสั่งอาหารกันได้เลยด้วยจานแรกเป็น ปอเปี๊ยะสดโตเกียวเทเบิล (170 บาท+) เป็นแผ่นแป้งปอเปี๊ยะสดมีไส้กุ้ง ไก้ฉีก ผักเมียวหงะจากญี่ปุ่น ไข่ฝอย แครรอท หัวไชเท้า ผักชี กุ้นฉ่ายขาว ห่อม้วนหั่นมาเป็นชิ้น เคี้ยวปอเปี๊ยะเต็มปากเต็มคำผักสดกรอบ กินกับน้ำจิ้มปอเปี๊ยะรสเด็ดเข้ากัน

เทมปุระทอดรวม
จานต่อมานำเสนอ เทมปุระทอดรวม (180 บาท+ ถ้าสั่งเป็นเซ็ทเพิ่มอีก 80 บาท มีข้าวสวย ซุป ผักดอง ไข่ตุ๋น กับแกล้มอีก 1 อย่าง พร้อมเสิร์ฟชาเขียวฟรีเติมตลอด และมีชาหรือกาแฟให้เลือก) เทมปุระรวมจานนี้มีกุ้ง ปลากะพง ผักต่างๆ ชุบแป้งที่ปรุงเป็นพิเศษ แล้วลงทอดในน้ำมันใหม่ๆ ทำให้เทมปุระของที่นี่เคี้ยวกรอบนุ่ม ไม่อมน้ำมัน

บะหมี่เย็นต้มยำ
ตามมาด้วยเมนูจานเส้นอย่าง บะหมี่เย็นต้มยำ (150 บาท+ เป็นเซ็ทเพิ่มอีก 80 บาท มีข้าวสวยหรือข้าวผัด มีสลัดปลาดิบ อาหารย่าง ) บะหมี่เย็นต้มยำเมนูนี้เป็นแบบแห้งขลุกขลิก เส้นบะหมี่เหลืองเส้นกลม เอามาผสมกับน้ำปรุงต้มยำที่ปรุงมาจากญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ใส่แตงกวา แครอท ไข่เจียว และไก่ฉีก เวลากินคลุกเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน ม้วนเส้นหมี่ส่งเข้าปากเคี้ยวนุ่มหอมกลิ่นต้มยำอ่อนๆ และได้รสชาติต้มยำที่กลมกล่อม ไม่ได้เผ็ดจัดจ้านมากแบบไทยๆ

บาราชิราชิ
ต่อด้วยข้าวหน้าปลาดิบรวมที่มีชื่อว่า บาราชิราชิ (300 บาท+) ข้างล่างเป็นข้าวปรุงรส ด้านบนมีสารพัดปลาดิบมีทั้งปลาแซลมอน ปลาคำปาจิจากญี่ปุ่น ปลาไหลจากญี่ปุ่น ปลาหมึก กุ้งต้ม หอยเชลล์ ไข่หวาน ไข่ปลาแซลมอน กินข้าวออกรสหวานๆ เปรี้ยวๆ เข้ากันกับปลาดิบสารพัด

ข้าวปั้น 7 คำ
จากนั้นมากินซูชิกันบ้างเป็น ข้าวปั้น 7 คำ (450 บาท+) ที่ปั้นเป็นทรงกลม มีข้าวปั้นหน้าปลาดิบ 3 คำ มีหน้าปลาทูน่าญี่ปุ่น หน้าปลาคำปาจิ หน้าหอยเชลล์ และมีหน้าผัก 4 คำมีหน้าผักมะเขือยาว หน้าหน่อไม้ฝรั่งพันด้วยปลาแซลมอน หน้าผักเมียวหงะ หน้าหน่อไม้ไทยต้มซีอิ้วสไตล์ญี่ปุ่น ข้าวปั้นแต่ละคำข้าวเคี้ยวนุ่มได้รสชาติกับหน้าต่างๆ

ไอศกรีมโมจิถั่วแดง
ส่งท้ายด้วยเมนูของหวาน ไอศกรีมโมจิถั่วแดง (75 บาท+) ไอศกรีมสามารถเลือกรสได้มี ชาเขียว เมลอน วนิลา และมีถั่วแดงบดที่ทางร้านทำเอง และโมจิลูกเล็กๆ ที่ทำเองเช่นกัน กินไอศกรีมเย็นๆ หวานฉ่ำเข้ากันกับถั่วแดงหวานหอม และโมจิเนื้อนุ่มนิ่มปาก

มุมโต๊ะนั่งด้านบน
และใช่ว่าเมนูจานเด็ดจะมีเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอาหารจานเด่นที่ชวนกินอีกมากมาย อาทิ สลัดอิคุระกับปลาแซลมอน (250 บาท+) สลัดอโวคาโดแซลมอน (240 บาท+) สุกี้นึ่ง (ผักรวมหมูไก่ 180 บาท+, ทะเล 250 บาท+) ข้าวผัดต้มยำกุ้งกระทะหิน (220 บาท+, /280 บาท+) กุ้งทอดราดซอสสไตล์โตเกียวเทเบิ (150 บาท+, 220 บาท+) ข้าวผัดผงกะหรี่ทะเล (170 บาท+) ฯลฯ ที่ถ้าใครอยากจะลองลิ้มอาหารญี่ปุ่นแบบยุ่นแท้ๆ และอาหารไทยรสเด็ด ก็ชวนเชิญมากันที่ได้ร้าน “โตเกียว เทเบิล”

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

“โตเกียว เทเบิล” (Tokyo Table) ตั้งอยู่ที่ 8/1 ซ.เอกมัย 6 ถ.สุขุมวิท 63 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กทม. การเดินทางมาจากถ.สุขุมวิท วิ่งตรงมายังซอยเอกมัย แล้วตรงเข้ามาที่เอกมัยซ.6 เลี้ยวเข้ามาในซอยนิดเดียวจะเห็นร้านโตเกียว เทเบิลเป็นบ้านอยู่ทางขวามือ จอดรถที่ร้าน และสามารถนำรถไปจอดได้ที่บิ๊กซี เปิดทุกวัน เวลา 11.30-14.00 น. และ 17.30-22.30 น. โทร. 0-2391-4103, 0-2714-2223

เอ็กซิบิท คาเฟ่


ร้านอาหารที่มีชื่อเก๋ๆ ว่า "เอ็กซิบิท คาเฟ่" ตั้งอยู่ตรงสุขุมวิท 31 ร้านนี้มีเพื่อนเสนอมาว่า ที่นี่มีทั้งอาหารที่ชวนกิน พร้อมกับบรรยากาศที่ชวนนั่งสบายๆ ภายในร้านตกแต่งสไตล์คอนเทมโพรารี่ เน้นเปิดโล่งโปร่งสบาย กรุกระจกใสรอบด้าน จัดโต๊ะเก้าอี้นั่งกินอาหารได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเหมือนมานั่งกินข้าวอยู่ที่บ้าน สังสรรค์กันได้อย่างเต็มที่ แถมยังมีงานศิลปะจัดแสดงไว้อย่างสวยงาม และทางร้านก็ขายด้วยถ้าใครสนใจซื้อ

เมจิกสติ๊ก
ส่วนอาหารของที่นี่เป็นสไตล์โฮมคุกกิ้ง มีอาหารไทยต้นตำรับ และอาหารไทยที่ทางร้านดัดแปลงประยุกต์สูตรเล็กน้อยให้เป็นอาหารจานใหม่สูตร สไตล์เฉพาะของทางร้าน และยังมีอาหารจานเส้นอย่างสปาเก็ตตี้นำเสนอ มีสลัด มีเครื่องดื่มกาแฟ และเครื่องดื่มที่ให้ความสดชื่นมากมาย รวมถึงยังมีเบเกอรี่โฮมเมด และเครปสูตรเด็ดของทางร้านที่ชวนกิน

เห็นถึงรายการอาหารมากมายขนาดนี้แล้ว จะมัวรอช้าอยู่ได้อย่างไร ตามมาชิมเมนูเด็ดของที่นี่กันดีกว่า ซึ่งมื้อนี้พวกเราสั่งมากินกันอย่างเต็มที่ เมนูแรกที่สั่งมากินคือ เมจิกสติ๊ก (150 บาท) หน้าตามาเป็นแท่งยาวๆ ที่จริงแล้วเป็นแผ่นแป้งปอเปี๊ยะห่อด้วยไส้ปลาแซลมอนกับกุ้งผสมกัน และผสมกับเครื่องเทศไทย ม้วนเป็นแท่งแล้วทอดกรอบ เคี้ยวกรุบกรอบนอกนุ่มใน ได้รสชาติไส้ที่กลมกล่อม และมีทาทาร์ซอสที่ทางร้านทำเองมาให้จิ้มเพิ่มรสชาติด้วย

สปาเก็ตตี้ครีมไข่กุ้ง
จากนั้นพวกเราสั่งเมนูเส้นจานเด็ดอย่าง สปาเก็ตตี้ครีมไข่กุ้ง ( 220 บาท) มากินกัน เป็นเส้นสปาเก็ตตี้เอามาผัดกับหอมซอย น้ำมันมะกอก และกุ้ง บวกกับใส่วิปปิ้งครีมสด ลงไปด้วยและปรุงรสชาติตามสูตรเด็ดของทางร้าน และโรยหน้าด้วยไข่กุ้ง ชิมรสชาติแล้วถูกปากตรงที่เส้นสปาเก็ตตี้เหนียวนุ่ม ชุ่มครีมซอสที่เข้มข้นเนียนนุ่มหอม

สปาเก็ตตี้พริกกระเทียมไส้กรอกลูกวัว
และยังตามติดมาด้วยอีกหนึ่งเมนูจานเส้นที่มีชื่อว่า สปาเก็ตตี้พริกกระเทียมไส้กรอกลูกวัว ( 220 บาท) ทางร้านนำเส้นสปาเก็ตตี้มาผัดกับกระเทียมกลีบใหญ่ พริกแห้ง ปรุงรสชาติและใส่ไส้กรอกลูกวัวที่คัดมาเป็นพิเศษ ม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากได้รสชาติออกเผ็ดนิดๆ ส่วนไส้กรอกลูกวัวรสดีเคี้ยวนุ่มเด้งปาก

ฉู่ฉี่หมูสับไข่ดาว
ฉู่ฉี่หมูสับไข่ดาว (120 บาท) เมนูนี้ดูแปลกและน่ากินดี เป็นสูตรที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเอง โดยนำพริกแกงฉู่ฉี่มาผัดกับหัวกะทิ และหมูสับ ปรุงรสชาติ แล้วนำมาราดบนไข่ดาวทอดกรอบ ลิ้มรสชาติหอมเครื่องฉู่ฉี่ ได้รสชาติหมูสับเคล้ารสพริกแกงฉู่ฉี่เข้มข้น กล่อมกลอมเข้ากับไข่ดาว

ต้มข่าปลากะพง
แล้วอีกหนึ่งเมนูที่สั่งมากินคือ ต้มข่าปลากะพง (150 บาท) เมนูไทยๆ ที่คุ้นเคย แต่ทางร้านนำมาดัดแปลงใส่เนื้อปลากะพงแทน และต้มข่าแบบครบเครื่อง ชิมรสชาติต้มข่าเข้มข้นกะทิ หวานมันอมเปรี้ยว เนื้อปลากะพงนุ่มดี

เครปซอสส้ม
และเมื่อกินอาหารคาวแล้ว ก็ต้องมีอาหารหวานกินล้างปากกันด้วย เลือกสั่งมาเป็น เครปซอสส้ม (120 บาท) ทางร้านทำแป้งเครปเองแบบสดใหม่ แล้วก็มีซอสส้มรสเด็ดราดมาบนเครป เสิร์ฟคู่มากับไอศกรีมวนิลา กินแล้วเครปนุ่มปากชุ่มซอสส้มเปรี้ยวๆ หอมหวาน กินกับไอศกรีมเย็นชื่นใจ

อีกหนึ่งมุมนั่งสบายๆ
มื้อนี้พวกเราก็อิ่มกับเมนูอาหารจานเด่นไปหลายอย่าง แต่เมื่อดูจากรายการอาหารแล้วจะเห็นว่ายังมีเมนูจานเด็ดอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ กุ้งไข่กรอบ (150 บาท) แกงส้มชะอมกุ้ง (180 บาท) เส้นใหญ่ราดผัดกระเพรา (85-100 บาท) สลัดปลาแซลมอนรมควัน (220 บาท) ฯลฯ แต่เห็นทีต้องติดเอาไว้ก่อน แล้วจะหาโอกาสกลับมาอิ่มกับอาหารที่ร้าน "เอ็กซิบิท คาเฟ่"กันอีกก็แล้วกัน

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

"เอ็กซิบิท คาเฟ่" (exhibit cafe) ตั้งอยู่ที่ 235/28-31 สุขุมวิท 31 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ การเดินทางจากถ.สุขุมวิท วิ่งตรงมายังซ.สุขุมวิท 31 เลี้ยวเข้าซอยแล้วขับตรงเข้ามาเจอสี่แยก ให้เลี้ยวซ้าย แล้ววิ่งตรงไปตามทางเรื่อยๆจนมาถึงคอนโดมนทิตา จะเห็นลานจอดรถกว้างๆ อยู่ ร้านเอ็กซิบิทตั้งอยู่ด้านใน มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-22.00 น. แต่ช่วงเวลา 14.00-17.00 .น ของวันจันทร์-ศุกร์ ทางร้านจะขายแต่อาหารว่างทานง่ายๆ โทร. 0-2662-3636

นครคารา

ร้านอาหารที่ว่านี้มีนามว่า "นครคารา"เป็น ร้านอาหารขนาดใหญ่ ที่มีห้องคาราโอเกะบริการรวมอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อเดินเข้ามาภายในร้านจะสัมผัสได้เหมือนกับที่นี่เป็นเหมือนอีกหนึ่ง เมืองเล็กๆ ที่ภายในตกแต่งด้วยสไตล์ไทยประยุกต์ ออกแนวล้านนานิดๆ ด้านในมีโต๊ะนั่งให้กินอาหารที่ถูกจัดแบ่งเป็นโซนมากมาย ภายใต้บรรยากาศโล่งโปร่งสบาย รับลมธรรมชาติ มีมุมโต๊ะให้เลือกนั่งแบบหลากหลาย มีมุมโต๊ะนั่งกินข้าวกับพื้น ปูเบาะนุ่มนั่งสบายเหมือนนั่งกินขันโตก มีมุมโต๊ะนั่งห้อยขา แบบชานน้ำริมแม่น้ำ มีมุมโต๊ะนั่งชิลล์ๆ เหมือนมาที่ร้านกาแฟ มีมุมโต๊ะนั่ง เอนหลังพิงกายสบายๆ และมีมุมเวทีเล็กๆ อยู่ตรงกลางร้าน ซึ่งในทุกวันตั้งแต่ 19.30 น. เป็นต้นไป จะมีดนตรีเล่นสดจากนักร้องมาขับกล่อมบทเพลงเพราะๆ ให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน

ฟังดนตรีสดๆในร้าน
แล้วก็ยังมีในส่วนของโซนห้องแอร์ ที่สามารถเป็นห้องจัดเลี้ยงได้ด้วย และที่พลาดไม่ได้คือโซนห้องคาราโอเกะที่มีถึง 18 ห้อง แบ่งห้องเป็นขนาดที่แตกต่างกัน มีขนาด S 9 ห้อง, M เล็ก 3 ห้อง M ใหญ่ 5 ห้อง และ L 1 ห้อง ซึ่งภายในห้องคาราโอเกะครบครันไปด้วยเครื่องเสียงที่สมบูรณ์แบบ มีเสียงที่ดี มีทีวีจอใหญ่ มีไมค์ให้ 2 ไมค์ ส่วนเรื่องของเพลงนั้นมีให้เลือกร้องมากมายหลากหลายแบบ มีทั้งเพลงไทย สตริง ลูกกรุง ลูกทุ่ง เพลงฝรั่ง เพลงจีน เพลงญี่ปุ่น และเพลงเกาหลี ซึ่งเพลงเหล่านี้จะอัพเดทเพลงใหม่ๆ ทุกสัปดาห์

หมกลาบปลาตองนครเวียงจันทน์
ส่วนเรื่องของอาหารการกิน ของที่นี่ก็มีอาหารไทยที่ชวนกินมากหลาย มีทั้งอาหารไทยประจำภาค อาหารไทยตำรับชาววัง และอาหารไทยประยุกต์ ที่แต่ละเมนูล้วนแล้วแต่น่ากินทั้งนั้น อย่างเมนูเด็ดๆ ที่ถ้ามาแล้วอยากให้ลองสั่งมาลิ้มลองกันก็มี หมกลาบปลาตองนครเวียงจันทน์ (140 บาท) เป็นอาหารอีสานสูตรโบราณ ดูหน้าตาเหมือนไส้อั่ว ทางร้านนำเนื้อปลากรายที่ขูดเอาแต่เนื้อล้วนๆ มาคลุกเคล้ากับเครื่องลาบครบสูตร ใส่พริกแกงส้มด้วย แล้วเอามาห่อใบตองเผาด้วยเตาถ่าน หั่นมาเป็นชิ้นๆ ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย เวลากินให้บีบมะนาวลงไปสักหน่อยเพิ่มความเปรี้ยว จะได้รสชาติเนื้อปลาที่เข้มข้นเครื่องลาบออกเผ็ดนิดๆ กินแกล้มกับเครื่องเคียง

กุ้งทอดนครคารา
กุ้งทอดนครคารา (200 บาท) เมนูนี้ใครชอบกินกุ้งแนะนำ เป็นกุ้งทะเลทั้งตัวนำไปเสียบไม้ นำมาหมักกับงาขาวและซอสปรุงรสนานกว่า 2 ชม.แล้วนำมาทอดจนกรอบกินได้ทั้งตัว กุ้งกรอบนอกนุ่มในมีรสชาติในตัว จิ้มเพิ่มรสชาติด้วยน้ำจิ้มที่ทางร้านทำเองออกหวานๆ อมเปรี้ยว

เมี่ยงปลาทูอัมพวา
จานต่อมาขอนำเสนอ เมี่ยงปลาทูอัมพวา (160 บาท) ทางร้านใช้ปลาทูนึ่งจากแม่กลอง นำมาแล่เอาแต่เนื้อแล้วทอด หั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ มีผักกาดหอม และใบชะพลูที่ใส่แผ่นแป้งแหนมเนืองมาด้วย ให้ห่อกินกับปลาทู ใส่เครื่องเคียงอย่าง ขิง ถั่ว หอมแดง พริกขี้หนู มะพร้าวคั่ว แล้วราดด้วยน้ำจิ้มเมี่ยงสูตรเด็ด 3 รส ห่อเป็นคำเคี้ยวกร้วมเข้าปากได้รสชาติปลาทูและน้ำจิ้มเมี่ยงเปรี้ยว เค็ม เผ็ดถูกปากดี

ไก่นาอบสมุนไพรสูตรโบราณ
จากนั้นมากินเมนูนี้ ไก่นาอบสมุนไพรสูตรโบราณ (140 บาท) เป็นไก่นำมาหมักกับเครื่องเทศต่างๆนานกว่า 3 ชม. แล้วนำมาอบกับสมุนไพรตะไคร้ ข่า หอมแดง รากผักชี และพริกไทยที่ตำละเอียด อบอยู่ 20 นาที จนไก่สุกได้ที่ เสิร์ฟมาแบบมีน้ำขลุกขลิก ชิมไก่เนื้อนุ่มชุ่มรสเครื่องสมุนไพร จิ้มกินคู่กับน้ำจิ้มแจ่วและน้ำจิ้มซีฟู้ด พร้อมมีผักสดให้กินแกล้ม

ต้มจิ๋วไก่
ส่งท้ายด้วยเมนู ต้มจิ๋วไก่ (120 บาท) สูตรจากในวังสมัย ร.5 เป็นเหมือนต้มโคล้งผสมกับแกงเลียง เป็นซุปใส ใส่ไก่ ต้มกับมันเทศ ปรุงรสด้วยพริกขี้หนู หอมแดง ใบแมงลัก ใบโหระพา และน้ำมะขามเปียก ซดน้ำซุปร้อนๆ หอมกลิ่นโหระพาอ่อนๆ น้ำซุปรสกลมกล่อมออกเปรี้ยวนิด เผ็ดหน่อย ส่วนไก่เนื้อนุ่มปาก

อีกหนึ่งมุมในนครคารา
แต่หากเกรงว่าสั่งมาแค่นี้แล้วจะไม่อิ่ม ขอบอกว่ายังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนสั่งมากินอีกเยอะ อาทิ ต้มยำบกเมืองสองแคว (150 บาท) คั่วกลิ้งซี่โครงอ่อนนครศรี (120 บาท) เมี่ยงแก้วหมูกรุบตำรับคุณยาย (120 บาท) มัสมั่นผัดแห้งกับแผ่นเกี๊ยวกรอบ (150 บาท) โป๊ะแตกผัดแห้งสูตรชาววัง (160 บาท) น้ำมิ้นต์ (60 บาท) สับปะรดน้ำขิง (60 บาท) และอีกสารพัดรายการอาหารจานเด็ดมากมายที่ "นครคารา" เตรียมไว้ให้ได้มาอิ่มหนำพร้อมกับเพลงคาราโอเกะมันส์ๆ

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

"นครคารา" ตั้งอยู่ที่55/8 ถ.รัชดาภิเษก (หลังห้างเอสพลานาส) แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. การเดินทางถ้ามาจากแยกฟอร์จูน วิ่งตรงมา ถ.รัชดาภิเษก ตรงมาจนถึงทางเข้าห้างเอสพลานาส วิ่งตรงมาทางด้านหลังจะเห็นนครคาราตั้งอยู่ มีป้ายให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 18.00-02.00 น. ศุกร์-เสาร์ ควรโทร.มาของล่วงหน้า และคาราโอเกะต้องโทร. มาจองล่วงหน้า และทางร้านยังรับจัดงานเลี้ยงด้วย โทร. 0-2245-0077-8

2009/10/18

จ่วนเฮี้ยง ติ่มซำ-กระหรี่ไหมฝัน

“ภูเก็ต” ไข่มุกแห่งอันดามัน

เอ่ยชื่อนี้ แน่นอนว่าภาพความเป็นเมืองท่องเที่ยวทางทะเลที่โด่งดังไปทั่วโลกย่อมปรากฏเด่นหราขึ้นในใจของใครหลายๆคน

ในขณะที่ภาพความเป็นเมืองวัฒนธรรมนั้นหลายคนอาจไม่ค่อยนึกถึง ทั้งๆที่ภูเก็ตเป็นหนึ่งในเมืองที่มีอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมชัดเจนเมืองหนึ่งเลยทีเดียว

ยามเช้าเนืองแน่นที่ร้านจ่วนเฮี้ยง
สำหรับ“ผ่านมาแวะกิน” หากพูดถึงความเป็นเมืองทางวัฒนธรรมของภูเก็ต คนชอบกินอย่างเราย่อมต้องเทใจให้กับวัฒนธรรมการกินที่เมืองนี้มีวัฒนธรรมการกินโดดเด่นไม่น้อยหน้าใคร อีกทั้งยังมีอาหารพื้นเมืองอันเป็นเอกลักษณ์มากมาย

และนั่นทำให้การล่องใต้ลงไปเยือนภูเก็ตหนล่าสุด เราจึงไหว้วานเพื่อนชาวภูเก็ตผู้มีรสนิยมด้านอาหารพื้นเมือง พาไปเสาะแสวงหาของอร่อยๆกินตั้งแต่เช้าจรดเย็น แต่ดูเหมือนว่าอาหาร“มื้อเช้า”ะทำให้“ผ่านมาแวะกิน”เกิดอาการรักพี่เสียดายน้องมากที่สุด เพราะในภูเก็ตมีร้านมื้อเช้าอร่อยๆให้เลือกกินกันเพียบ แต่สุดท้ายพวกเราก็ตกลงปลงใจพาท้องไปฝากกันที่ ร้าน”จ่วนเฮี้ยง” ย่านใจกลางเมือง

หลากหลายติ่มซำรสอร่อย
เหตุที่ตัดสินใจเลือกร้านนี้เป็นพิเศษ ก็เพราะร้านจ่วนเฮี้ยงเป็นร้านติ่มซำเก่าแก่เปิดขายมาร่วม 100 ปี ปัจจุบันถือเป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ซึ่งถ้าไม่เจ๋งจริงคงไม่ยืนยงคงกระพันและมีคนกิน(ช่วงเช้า)เนืองแน่นมาจนถึงทุกวันนี้

สำหรับติ่มซำที่นี่เป็นสูตรจีนกวางตุ้งที่ทำสืบทอดกันมาแต่ดั้งเดิม คัดสรรแต่วัตถุดิบสดใหม่มาทำ เมื่อเราเข้ามานั่งในร้านทางร้านจะเสิร์ฟติ่มซำมากมายมาขึ้นโต๊ะ กรุณาอย่าตกใจว่าจะต้องกินให้หมดหรือทางร้านเขาจะคิดเงินทั้งหมด เพราะมื้อนี้ใครชอบเมนูไหนก็กินเมนูนั้น ส่วนที่เหลือทางร้านเขาจะเก็บคืนโดยคิดเงินเฉพาะเมนูที่กินเท่านั้น

ของทอดร้อนๆสดๆใหม่ๆ
โดยเมนู(ติ่มซำ)ที่ไม่น่าพลาดก็มี ขนมจีบหมู(8 บาท) ที่ใช้หมูบดเองเนื้อแน่นอร่อยไร้ คาว ลูกชิ้นปลา-ปลาเต้าหู้(10 บาท) เนื้อปลานึ่ง (20 บาท)กับเนื้อปลาแน่นหวานไร้คาว กระดูกหมู (20 บาท)ทางร้านตุ๋นมารสกลมกล่อมเนื้อนุ่ม ส่วนเมนู(ติ่มซำ)อื่นๆชวนกิน มี ฮะเก๋า สาหร่าย หมูทอด เผือกทอด ก๋วยเตี๋ยวหลอด ซาลาเปา (8 บาท) ปลาทอด (10 บาท) ขนมจีบปู-กุ้ง(14 บาท) ตีนไก่(10 บาท)

กระหรี่ไหมฝัน มีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์
ทั้งหมดนี้หากใครอยากเพิ่มรสชาติก็ให้กินกับกับซอสตี่เจี่ยวรสออกหวานนิดๆ หรือจะจิ้มกับซอสเผ็ดสูตรเฉพาะของทางร้านก็ได้รสชาติไปอีกแบบ

นอกจากนี้ทางร้านยังมีเมนูพิเศษเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์คือ กระหรี่ไหมฝัน(30 บาท)เป็นเส้นหมี่ขาว(แห้ง)ราดหน้าด้วยแกงกระหรี่ขลุกคลิกถึง รสถึงเครื่อง ในขณะที่เมนูชวนกินอื่นๆก็มี บ๊ะจ่าง กระเพาะปลา ข้าวต้มปลา หมี่สั่ว หอยจ๊อ หมั่นโถว+น้ำแดง ซึ่งใครที่ไปภูเก็ตหากอยากลองลิ้มมื้อเช้ารสวิเศษ จ่วนเฮี้ยงคือหนึ่งในร้านที่ไม่น่าพลาดเป็นอย่างยิ่ง

*****************************************

ร้านจ่วนเฮี้ยง ตั้งอยู่ เลขที่ 11 ถ.ชนะเจริญ ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต เปิดบริการทุกวัน(ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 6.00 – 11.00 น. สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. 0-7621-6271

2009/09/21

บ้านกลมกิ๊ก


"บ้านกลมกิ๊ก" ตั้งอยู่ ตรงซ.ร่วมฤดี 1 ซึ่งเป็นร้านอาหารน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นานเ แต่มีความสนใจมาชวนชิมเป็นอย่างมาก เพราะเจ้าของร้าน คือ คุณกิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ หรือ "ซูโม่กิ๊ก" ที่แค่เห็นชื่อก็ฮาแล้ว

บรรยากาศในร้านบ้านกลมกิ๊ก
ร้านนี้ซูโม่กิ๊กบรรจงตกแต่งให้บ้านไม้หลังงามเป็นร้านอาหารที่มี บรรยากาศสบายๆ เหมือนได้นั่งกินข้าวอยู่ที่บ้านตัวเอง หรือมากินข้าวที่บ้านเพื่อน มีความอบอุ่นแฝงอยู่ในตัว และมีความโปร่งโล่งนั่งสบาย มีมุมสวนให้เลือกนั่งรับลมเย็นๆ และยังมีห้องวีไอพี บริการด้วยอีกต่างหาก และทั้งบ้านรายล้อมไปด้วยภาพถ่ายของครอบครัวคุณกิ๊กที่น่ารัก

มุมสวนด้านนอกรับลมเย็นๆ
บรรยากาศของร้านบ้านกลมกิ๊กนั้นชวนนั่งเอามากๆ ส่วนเรื่องอาหารก็ชวนกินเสียเหลือเกินไม่แพ้กัน ซึ่งที่นี่เน้นขายอาหารไทยๆ แบบรสชาติจัดจ้าน มีแม่ครัวฝีมือเอก คือคุณสุชาดา กิจเจริญ ซึ่งเป็นคุณแม่ของคุณกิ๊กเอง ลงมือปรุงสูตรอาหารจานเด็ดที่ชวนมากมาย ซึ่งอาหารของที่นี่เน้นคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาปรุงแต่ง และอาหารของที่นี่จานใหญ่ไม่ใช่เล่น

ข้าวตังหน้าตั้ง
ว่าแล้วก็พลิกเมนูอาหารสั่งอาหารจานเด็ดของที่นี่มาชิมกันดีกว่า ประเดิมด้วยเมนูของว่างกินรองท้องอย่าง ข้าวตังยายหนิด (120 บาท) เป็นข้าวตังหน้าตั้งสูตรเด็ดของคุณยายคุณกิ๊ก ตัวข้าวตังเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมทอดมาเหลืองกรอบ มาพร้อมกับหน้าตั้งที่มีหมูสับและกุ้งปรุงรสชาติตามสูตรเฉพาะ เวลากินตักหน้าตั้งราดบนข้าวตังแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวกร้วมกรุบกรอบได้รสชาติ หน้าตั้งที่หอมหวาน มันกลมกล่อมถูกปาก

ผัดไทยเส้นจันทน์กุ้งแม่น้ำ
ตามมาด้วยอาหารจานเดียว ผัดไทยเส้นจันทน์กุ้งแม่น้ำ (220 บาท) หน้าตาน่ากินมากๆ กุ้งแม่น้ำตัวโตนักเชียว ผัดไทยนั้นผัดใส่เครื่องมาแบบครบครัน และใส่มันกุ้งลงไปผัดด้วย กินแล้วเส้นผัดไทยผัดได้เหนียวนุ่ม ได้รสชาติที่กลมกล่อมปากชนิดที่ว่าไม่ต้องปรุงรสชาติเพิ่มเลย และกินเข้ากันดีกับกุ้งแม่น้ำทอดที่เนื้อสดหวาน

กุ้งทอดกระเทียม
แล้วมากินกุ้งกันต่อให้จุใจกับเมนู กุ้งทอดกระเทียม (400 บาท) เห็นแล้วต้องร้องโอ้โห!! กุ้งแม่น้ำตัวโตมากๆ สีสันสวยงามชวนกิน ทางร้านคัดเลือกกุ้งแม่น้ำอย่างดีไซด์ใหญ่นำมาทอดปรุงรสชาตินิดหน่อย และมีกระเทียมเจียวทอดโรยมาบนตัวกุ้ง ลิ้มรสชาติกุ้งกระเทียมเนื้อกุ้งสดหวานได้ใจ เคี้ยวกระเทียมแกล้มกรุบกรอบ

ผัดผักคะน้าฮ่องกง
เมนูต่อมาหันมากินผักกันบ้าง เป็นผัดผักคะน้าฮ่องกง (130 บาท) ผักคะน้าสีเขียวดูชวนกิน ทางร้านเลือกผักมาอย่างดีและทำความสะอาด ก่อนจะนำมาผัดกับน้ำมัน กระเทียม น้ำมันหอย ใส่เห็ดหอม และผัดไฟแรงๆ กินแล้วผักสดกกรอบเคี้ยวกรุบ หวานไม่ขมปาก และได้รสชาติเค็มนิดๆ กินกับข้าวสวยสุดยอดขอบอก

แกงเขียวหวานเนื้อ
อีกหนึ่งเมนูที่พลาดไม่ได้ถ้ามาที่นี่แล้วต้องสั่ง คือ แกงเขียวหวานเนื้อ (250 บาท) เป็นแกงเขียวหวานแบบเข้มข้นครบเครื่องแกง ใส่มะเขทอพวง มะเขือเปราะ และทีเด็ดอยู่ตรงที่ใส่เนื้อเซอร์ลอยหั่นมาเป็นชิ้นพอดีคำ ชิมซดน้ำแกงเข้มข้น หอมกลิ่นเครื่องแกงเขียวหวาน ได้รสชาติที่จัดจ้าน ส่วนเนื้อนุ่มเคี้ยวหนึบปากโดนใจ

เผือกแกงบวช
หากกินเมนูของคาวใกล้อิ่มแล้ว ขอแนะนำส่งท้ายด้วยเมนูของหวาน เผือกแกงบวช (50 บาท) ที่คล้ายๆ กับกล้วยบวชชี ทางร้านจะต้มกะทิที่คั้นสด ใส่ใบเตยเพิ่มความหอม และปรุงรสชาติน้ำตาลปี๊บ เกลือ แล้วจึงนำเผือกมาใส่ต้มลงไปจนได้ที่ ออกมาเป็นเผือกแกงบวชที่กินแล้ว หวาน มันกะทิถูกปากดีแท้

อีกหนึ่งบรรยากาศที่ร้านบ้านกลมกิ๊ก
แต่ใช่ว่าที่นี่จะมีเมนูจานเด็ดเท่านี่ที่ได้แนะนำมา ขอบอกว่ายังมีเมนูที่ชวนกินอีก อาทิ ไข่เจียว (90 บาท) ไข่น้ำ (120 บาท) ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน (250 บาท) กุ้งเผา (1,200 บาท) แกงไตปลา (200 บาท) และเมนูอื่นๆ อีกหลากหลายที่อยากจะเชิญชวนให้ไปลองลิ้มรสชาติกันเอาเองที่ "บ้านกลมกิ๊ก" ที่ที่มีอาหารชวนกิน และบรรยากาศอันอบอุ่นชวนนั่ง

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

"บ้านกลมกิ๊ก" ตั้งอยู่ที่ 25 ซ.ร่วมฤดี 1 ถ.เพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. การเดินทางจาก ถ.วิทยุ วิ่งมาเข้าซ.ร่วมฤดี แล้ววิ่งตรงมาที่ ซ.ร่วมฤดี 1 เลี้ยวเข้ามาในซอยนิดเดียวจะเห็นร้านตั้งอยู่ขวามือ มีป้ายร้านให้เห็นชัดเจน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-14.00 น. และ 17.00-22.00 น. ศุกร์-เสาร์ เปิดถึง 23.00 น. ทางร้านรับจัดงานเลี้ยง โทร. 0-2254-4254

2009/08/25

หมูสะเต๊ะนายซ้ง

ร้าน "หมูสะเต๊ะนายซ้ง" ซึ่งตั้งขายอยู่ตรงจุฬา ซ.8 ตรงข้ามร้านสมบูรณ์โภชนากัน หมูสะเต๊ะเจ้านี้ได้รับคำร่ำลือว่าหมูสะเต๊ะนั้นเนื้อนุ่ม และน้ำจิ้มก็รสเด็ดเข้มข้น จึงต้องมาลอง ลิ้มพิสูจน์รสชาติให้รู้แก่ปาก



เมื่อมาถึงยังร้านจะเห็นเตาปิ้งหมูสะเต๊ะส่งกลิ่นหอมควันโขมงอยู่หน้าร้าน มีเจ้าของร้านคือ "เจ๊นี้" นราทิพย์ เลิศฤทธิ์จรัสกิจ ยืนปิ้งหมูสะเต๊ะบน เตาถ่านร้อนๆ อย่างขะมักเขม้น ซึ่งหมูสะเต๊ะของที่นี่จะเน้น ไม้ใหญ่และเป็นไม้กลมๆ ไม่แบน ราคาจึงขายอยู่ที่ไม้ละ 6 บาท อาจจะดูว่าแพง แต่ว่าคุณภาพและรสชาติคุ้มราคา

หมูสะเต๊ะปิ้งร้อนๆ บนเตาถ่าน
เพราะว่าทางร้านเลือกสรรคัดแต่ของดีมาทำเป็นหมูสะเต๊ะ อย่างหมูเลือกใช้หมูเนื้อสันนอก แล้วนำ มาหมักกับนมสด เพื่อให้หมูนุ่ม และเด็ดไม่เหมือนร้านไหนก็คือจะหมักด้วยสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้ และใบมะกรูดด้วยเพิ่มรสชาติและความหอมให้หมู และหมักใส่ผงกะหรี่ นำมาเสียบไม้แบบอัดแน่นไม้กลมใหญ่

แล้วเวลานำมาย่างบนเตาถ่าน พร้อมกับเวลาปิ้งจะพรมด้วยน้ำกะทิด้วยเพิ่มความหอมนุ่มเข้าไปอีก ทำ ให้ได้หมูสะเต๊ะร้อนๆ ที่กินแล้วเนื้อนุ่มหวานไม่ค่อยติดมัน ได้รสชาติเครื่องหมักกำลังดี จิ้มกินกับน้ำ จิ้มหมูสะเต๊ะสูตรเด็ดที่ทางร้านทำเอง โดยนำเครื่องแกงแดงมาผัดกับหัวกะทิให้หอม แล้วเติมกะทิ และใส่ถั่วตัดป่นได้รสชาติน้ำจิ้มที่เข้มข้นหวานมันถูกปากดี และแกล้มด้วยอาจาดที่ใส่แตงกวา หอมแดง และพริกชี้ฟ้า รสหวานอมเปรี้ยวแก้เลี่ยนได้ดี

หมูสะเต๊ะนายซ้งอีกหนึ่งร้านหมูสะเต๊ะเจ้าเด็ด
หากใครเริ่มน้ำลายสอที่มุมปาก แล้วนึกอยากกินหมูสะเต๊ะปิ้งร้อนๆ รสชาติดีขึ้นมาบ้างแล้ว ก็ตรงมา ลองลิ้มรสชาติกันได้ที่ร้าน "หมูสะเต๊ะนายซ้ง" อ้อ!! ต้องบอกก่อนว่าที่นี่ไม่มีโต๊ะให้นั่งกินนะจ๊ะ ต้องซื้อใส่ถุงกลับบ้านอย่างเดียว

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

ร้าน "หมูสะเต๊ะนายซ้ง" ตั้งอยู่ที่ 895/4 จุฬาซอย 8 ถ.บรรทัดทอง ปทุมวัน กทม. การเดินทางจากสี่แยกเจริญผล วิ่งตรงมาถ.บรรทัดทอง ตรงมาจนถึงจุฬา ซ. 8 แล้วเลี้ยวเข้ามาในซอยจะเห็นร้านหมูสะเต๊ะ นายซ้งตั้งอยู่ตรงข้ามกับร้านสมบูรณ์โภชนา มีป้ายร้าน และเตาปิ้งหมูสะเต๊ะเป็นจุดสังเกต เปิดอังคาร-อาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) เวลา 16.00-21.00 น. ทางร้านรับออกงานนอกสถานที่ โทร. 0-2216-7998, 0-8929-8931, 0-86544-9779

2009/08/09

สวนอาหารบางบัว


บนเนื้อที่กว้างขวางกว่า 4 ไร่ บางบัวเปิดให้บริการมาได้ 21 ปีแล้ว ในบรรยากาศสวนอาหารที่มีทั้งส่วนของสวนลานน้ำพุและส่วนของห้องแอร์ อีกทั้งยังมีส่วนของห้องจัดเลี้ยงที่สามารถเพิ่มเติมบริการคาราโอเกะได้ด้วย โดยอาหารของที่นี่จะเน้นอาหารไทยเป็นหลัก แต่ก็มีอาหารจีน และอาหารทะเลให้เลือกด้วยเช่นกัน
สำหรับอาหารจานแรกที่ "ตระเวนกิน" สั่งมาลิ้มลองก็คือ ซี่โครงหมูสับผัดกะเพรา (100 บาท) เสิร์ฟมาหน้าตาเหมือนหมูสับทั่วไป แต่เมื่อได้เข้าปากเคี้ยวจะได้ความกรุบๆของซี่โครงหมูกระดูกอ่อนที่สับมา อย่างละเอียดเคี้ยวกินได้ทั้งหมดไร้ซึ่งกระดูก ผัดกับใบกระเพรา พริก กระเทียม หอยฉุยเผ็ดจัดจ้านอาหารไทย

ตามมาด้วย ปลาคังทอดกระเทียมพริกไทย (180 บาท) ปลาคังที่ใช้เป็นปลาคังสดๆ นำมาล้างทำความสะอาดเอาไส้ออกเรียบร้อย แล้วนำเครื่องผัดเช่นกระเทียม พริกขี้หนู และส่วนผสมของทางร้านลงไปผัดก่อน จากนั้นนำเนื้อปลาคังที่หันเป็นชิ้นๆไปทอดพอสุกแล้วนำไปผัดคลุกเคล้ารวมกับ เครื่องให้เข้าถึงเนื้อปลา เมื่อกินแล้วเนื้อปลาจึงกรอบนอกนุ่มใน เคี้ยวหอมกลิ่มกระเทียม

ปลาคังทอดกระเทียมพริกไทย
จานถัดมาเป็น ห่อหมกทะเลผัดเผ็ด (100 บาท) ใช้เนื้อห่อหมกที่ทำจากปลากราย และเครื่องแกงสูตรพิเศษของทานร้าน นำมาผัดใส่ปลาหมึก เนื้อปลากะพง กุ้ง รองจานด้วยใบยอและกะหล่ำซอย ออกมาในรูปแบบผัดรสชาติเหมือนห่อหมกแต่จะออกแห้งๆมันๆ เล็กน้อยและไม่เผ็ดมาก

ห่อหมกทะเลผัดเผ็ด
อาหารจานต่อมาได้แก่ ลาบปลาตะเพียน (100 บาท) ทางร้านนำปลาตะเพียนทั้งเนื้อและก้างมาสับละเอียดผสมเนื้อหมูสามชั้นที่หั่น เป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนพริกทำลาบสั่งตรงมาจากเชียงใหม่รสชาติไม่เผ็ดมาก เคี้ยวกรุบกรอบด้วยหมู 3 ชั้น เสิร์ฟมาพร้อมน้ำซุปไข่ปลาตะเพียนที่ล้างทำความสะอาดมาอย่างดี ไม่คาว ใส่ตะไคร้ใบมะกรูดคล้ายเครื่องต้มยำน้ำใส รสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อไข่ปลานุ่มไม่เหนียวเคี้ยวหนับปาก และมีผักทานเคียงเช่น ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ใบโหระพา กะหล่ำ

ลาบปลาตะเพียน
พุงปลาช่อนผัดกะเพรา (150 บาท) เป็นอาหารไทยอีกหนึ่งเมนูที่น่าลิ้มลอง พุงปลาช่อนที่นี่ทางร้านล้างทำความสะอาดหลายครั้งเพื่อให้สะอาดจริงๆ จากนั้นก็นำมาผัดคล้ายกับผัดกะเพรา แต่เน้นให้รสออกเผ็ดและจัดจ้านเป็นพิเศษเพื่อดับความคาว แต่ขอบอกว่าเคี้ยวจะหนึบหนับมันปากนัก

สลับอารมณ์จากเมนูแห้งๆมามาเป็น เกาเหลาลูกชิ้นเอ็นหมู (120 บาท) ที่เสิร์ฟมาในลักษณะของหม้อไฟ ทางร้านคัดสรรลูกชิ้นเอ็นหมูคุณภาพดีใช้เนื้อหมูล้วนๆ มาลวกใส่ถั่วงอก หมูสับ กระเทียม ผักบุ้ง และน้ำซุปที่ใช้ซุปกระดูกหมูจึงหวานน้ำซุป เคี้ยวกรึบกรุบลูกชิ้นเอ็น

พุงปลาช่อนผัดกะเพรา
เมนูสุดท้ายคือ ซี่โครงหมูตุ๋นเยื่อไผ่ (180 บาท) ใช้ซี่โครงหมูเนื้อๆ เยื่อไผ่แท้ๆคัดคุณภาพ เห็ดหอมอย่างดี มาตุ๋นกับเครื่องยาจีนในน้ำซุปกระดูกหมูที่ปรุงรสโดยใส่ซีอิ้วขาว ตุ๋นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นใช้ได้ รสชาติน้ำซุปหอมเข้มข้น เนื้อหมูเปื่อยนุ่มเคี้ยวง่าย เยื่อไผ่เคี้ยวนุ่มกำลังดี

ไม่เพียงเท่านั้นสวนอาหารบางบัว ยังมีอีกหลายเมนูรสเด็ดให้ลองลิ้มกันทั้งอาหารไทยและจีน เช่น ยำไก่บ้าน (90 บาท), หน่อไม้ทะเลผัดน้ำมันหอย (250 บาท), แกงคั่วหอยขม (80 บาท), ปูหลน (80 บาท) เป็นต้น และต้องขอบอกไว้อีกอย่างว่าใครที่มาจัดเลี้ยงหรือจะมานั่งกินอาหารเฉยๆหากนำเหล้ามาดื่มทางร้านไม่คิดค่าเปิดขวด

เกาเหลาลูกชิ้นเอ็นหมู
ส่วนในทุกวันศุกร์-เสาร์ บริเวณลานน้ำพุจะมีดนตรีคาราโอเกะเปิดฟรีให้ร้องเพลงกันอย่างเพลิดเพลิน เรียกว่าใครสนใจอาหารและบรรยากาศแบบนี้ สามารถเดินทางไปรับอรรถรสด้วยตัวเองได้ที่ "สวนอาหารบางบัว"

ซี่โครงหมูตุ๋นเยื่อไผ่
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สวนอาหารบางบัว สาขาบางเขน ตั้งอยู่ที่13 ถนนพหลโยธิน บางเขน กทม. การเดินทาง หากมาทางแยกมหาวิทยาลัยเกษตรฯ ตรงมาทางเส้นถนนพหลโยธิน ผ่านมหาวิทยาลัยศรีปทุมทางฝั่งขวา ผ่านกรมทางหลวงชนบท แล้วข้ามสะพานข้ามคลองแล้วชิดซ้าย สวนอาหารบางบัวจะอยู่ทางซ้ายมือ ตรงข้ามกับกรมทหารราบที่ 11 รอ. เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.30-22.30 น. โทร . 0-2551-1793, 0-2552-6088 และสวนอาหารบางบัว สาขาปทุมธานี ตั้งอยู่ที่ ถนนติวานนท์ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี โทร.0-2979-6970-1

2009/07/30

ร้าน FUZIO (ฟูซิโอ) บนชั้น 6 ของอาคาร MINI Square


ร้าน "FUZIO"(ฟูซิโอ) บนชั้น 6 ของอาคาร MINI Square ก็จะได้รับความเพลิดเพลิน อิ่มหนำ สำราญ กลับไป

บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ
สำหรับร้าน "FUZIO" ตกแต่งด้วยบรรยากาศแบบโมเดิร์นคลาสสิค ดูโล่งโปร่งสบายด้วยเพดานสูง ชวนนั่งกินอาหารในอารมณ์สบายๆ สามารถชมวิวมุมสูงของกรุงเทพฯแบบพาโนรามาผ่านกระจกใสรอบร้าน อีกทั้งยังมีบรรยากาศให้เลือกนั่งใน 3 โซนด้วยกัน มีส่วน Public Zone ที่สามารถนั่งกินอาหารในบรรยากาศชิลล์ๆ ได้ตามใจชอบ มีโต๊ะไม้และเก้าอี้หนังให้นั่งสบายๆ มีมุมโต๊ะนั่งโซฟานุ่มๆ ให้เอนกาย มีโซน Private Room สำหรับผู้ที่ชอบความเป็นส่วนตัว หรือจะมาปาร์ตี้สังสรรค์ก็สามารถจุที่นั่งได้มากถึง 15-20 ที่นั่ง และโซนสุดท้ายเหมาะที่จะมานั่งดื่มด่ำในยามค่ำคืน รับสายลมเย็นๆ เคล้าวิวสวยๆ ชมดาวพราวฟากฟ้า

บุฟเฟต์อาหารอิตาเลียนมีให้เลือกอิ่มหลากหลาย
นอกจากนี้ภายในห้องอาหารยังมีเคาน์เตอร์บาร์อยู่ตรงกลางที่คอยบริการ เครื่องดื่มแบบฟลูบาร์ ทางด้านหน้าก่อนถึงโต๊ะอาหารยังจะได้เห็นครัวเปิดโชว์การทำอาหารของเชฟแบบ สดๆ และก็ยังมีห้องเก็บไวน์อย่างดีที่มีไวน์จากหลากหลายชาติให้คอนักดื่มไวน์ได้ สั่งมาดื่มควบคู่กับอาหารรสเลิศ


เมื่อพูดถึงอาหาร อิตาเลียนของที่นี่ ทางร้านเน้นความเป็นอิตาเลียนสูตรต้นตำรับ ที่ใส่ใจในเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่เลือกสรรนำมาปรุงบางอย่างต้องสั่งมา เป็นพิเศษจากต่างประเทศ และผ่านขั้นตอนการปรุงโดยเชฟฝีมือเยี่ยมที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในการปรุง อาหารอิตาเลียน ซึ่งอาหารอิตาเลียนของที่นี่กินแล้วไม่เลี่ยนช่างที่คิดตามชื่อ เพราะทางร้านเล็งเห็นว่าเมื่อนำมาขายที่เมืองไทย จึงได้ให้เชฟคิดค้นปรับแต่งรสชาติอาหารให้มีความเข้มข้นถูกปากและลิ้นคนไทย ด้วย

บรรยากาศโต๊ะนั่งด้านนอกรับลมเย็นๆ
อย่างเมนูจานเด่นที่ชวนลองลิ้มก็มี Insalata Fuzio (320 บาท++) จานนี้สาวๆ ที่กลัวเรื่องน้ำหนักไม่ต้องห่วง เพราะไขมันน้อย ในจานแต่พืชผักอย่างอโวคาโดสั่งจากออสเตรเลีย ส้มซันควิกมาจากฮอนแลนด์ มะเขือเทศเชอร์รี่ และมีปลาแซลมอนรมควันคัดพิเศษจากออสเตรเลีย โรยหน้าด้วยพาเมซานชีสอย่างดี แล้วราดด้วยซอสบาซามิคฮันนี่และเลมอนมัสตารด์ กินแล้วดีต่อสุขภาพ ปลาแซลมอนเนื้อนุ่ม ซอสออกเปรี้ยวนิดๆ หวานหอมน้ำผึ้ง

Insalata Fuzio
เมนูถัดมาเป็นอาหารจานเส้นชื่อว่า Spaghetti Alla Polpa Di Granchio, Olio, Aglio E Peperoncino (550 บาท++) เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ (แต่ลูกค้าสามารถเลือกเป็นเส้นพาสต้าอย่างอื่นได้) นำมาผัดกับเนื้อปูทะเลล้วนๆ ใส่กระเทียม พริกแห้งในน้ำมัน ปรุงรสชาติตามสูตรเด็ดและใส่ไวท์ไวน์ด้วย ผัดมาแบบแห้งๆ ชิมรสชาติม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากเคี้ยวเด้งนุ่มปากผสานรสชาติที่กลมกล่อม ลงตัวเข้ากับเนื้อปูสดหวาน

Spaghetti Alla Polpa Di Granchio, Olio, Aglio E Peperoncino
อีกเมนูเอาใจคนชอบกินเนื้อ เป็น Costolette D'Agnello Wagyu Alla Griglia Al Battuto D'Erbe Fresche (1,600 บาท++) ทางร้านนำซี่โครงแกะสั่งพิเศษจากออสเตรเลียนำมาหมักกับเครื่องเทศฝรั่ง และใส่เรดไวน์ แล้วนำมากริลล์ (เลือกความสุกได้) จนเนื้อสุกได้ที่ แล้วราดด้วยน้ำเกรวี่จากเนื้อแกะและซอสมัสตาร์ดฮันนี่ มีผักย่างและมันฝรั่งเคียงมาด้วย แล่เนื้อแกะลิ้มรสชาติเนื้อแกะนุ่มเคี้ยวหนึบปาก ไม่เหม็นสาบได้รสชาติเครื่องหมักกำลังดี กินกับซอสเข้ากันดีถูกปาก

บุฟเฟต์อาหารอิตาเลียนมีให้เลือกอิ่มหลากหลาย
นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอื่นๆ ที่ชวนกินอีก อาทิ Fegato Grasso D'Anatra Spadellato, Riduzione Ai Frutti Di Bosco E Marmellata Di Fichi (590 บาท++) Cappesante Alla Spadellato (520 บาท++) Branzino Cileno All'Acqua Pazza (320 บาท++)

แต่ถ้าใครชอบแบบอิ่มหนำคุ้มราคา ขอนำเสนอว่าให้มาลองบุฟเฟต์อาหารอิตาเลียนมื้อกลางวันของที่นี่ ที่ละลานไปด้วยเมนูอาหารอิตาเลียนอันเลิศรส ซึ่งในแต่ละวันจะมีเมนูกว่า 19 รายการมาให้เลือกกินกัน มีทั้งAppetizer ร้อนและเย็น ที่จะหมุนเวียนเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ มีพิซซ่า นานาผักย่าง สลัดผักกับน้ำสลัดรสดี มีขนมปังนานาชนิดสลับสับเปลี่ยนไม่ให้จำเจ ซุปร้อนๆ มีขนมหวานและเค้กมากมาย ผลไม้หลากหลาย และรวมเครื่องดื่มชา กาแฟแล้วด้วยให้เลือกอิ่มกันได้แบบจุใจ แบบไม่อั้น

Costolette D'Agnello Wagyu Alla Griglia Al Battuto D'Erbe Fresche
สำหรับราคาบุฟเฟต์มื้อกลางวัน จันทร์-เสาร์ Antipasto Buffet พร้อมเมนูเค้ก ขนมหวาน ราคาเริ่มต้น 280บาท ++ หรือจะเพิ่มพิกัดความอร่อยกับ เซ็ท Pizza, Pasta Set 380 บาท++ หรือ Meat Set 450 บาท++ พิเศษสุดคุ้มกับโปรโมชั่น "มา 4 จ่าย 3" และยังมีมื้อค่ำ เซ็ทเมนู 7 course 1,200 บาทถ้วน พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับ 2 เซ็ท รับไวน์ฟรี 1 ขวด

หากว่าใครอยากมีความสุขกับการอิ่มหนำอาหารอิตาเลียนรสดีแบบต้นตำรับ เหมือน "ตระเวนกิน" บ้าง ก็ไม่ยากแค่มาที่ "FUIZO" ก็จะได้สัมผัสกับความอิ่มสุขได้ทันที

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

"FUIZO" (ฟูซิโอ) ตั้งอยู่ที่ ชั้น 6 อาคาร MINI Square เลขที่ 99/99 สุขุมวิท 63 (เอกมัย) แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. การเดินทางจากถ.สุขุมวิทวิ่งตรงมายังซ.เอกมัย เลี้ยวเข้ามาในซ.เอกมัย แล้วขับตรงเข้ามาเรื่อยๆ จะเห็นอาคาร MINI Square (ทาตึกสีดำ มีโชว์รูมรถมินิอยู่ข้างล่าง) อยู่ริมถนนซ้ายมือ ระหว่างเอกมัย ซ. 5 และ ซ. 7 ให้เลี้ยวเข้ามาในอาคารและจอดรถ แล้วขึ้นลิฟต์มาที่ชั้น 6 จะเจอร้าน FUZIO เปิดทุกวัน 11.00-14.30 น. และ 18.00 – 24.00 น. ทางร้านรับจัดงานเลี้ยงโทร :0-2711-6999 และทางร้านได้เข้ากับร่วมบัตร KTC มอบส่วนลด 10% สำหรับอาหารและเครื่องดื่ม ตั้งแต่วันนี้- 31 ธ.ค.นี้
คลิก!! อ่ารายละเอียดและแผนที่การเดินทางไปยังร้าน "FUIZO" (ฟูซิโอ)