แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารทะเล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารทะเล แสดงบทความทั้งหมด

2552/08/09

สวนอาหารบางบัว


บนเนื้อที่กว้างขวางกว่า 4 ไร่ บางบัวเปิดให้บริการมาได้ 21 ปีแล้ว ในบรรยากาศสวนอาหารที่มีทั้งส่วนของสวนลานน้ำพุและส่วนของห้องแอร์ อีกทั้งยังมีส่วนของห้องจัดเลี้ยงที่สามารถเพิ่มเติมบริการคาราโอเกะได้ด้วย โดยอาหารของที่นี่จะเน้นอาหารไทยเป็นหลัก แต่ก็มีอาหารจีน และอาหารทะเลให้เลือกด้วยเช่นกัน
สำหรับอาหารจานแรกที่ "ตระเวนกิน" สั่งมาลิ้มลองก็คือ ซี่โครงหมูสับผัดกะเพรา (100 บาท) เสิร์ฟมาหน้าตาเหมือนหมูสับทั่วไป แต่เมื่อได้เข้าปากเคี้ยวจะได้ความกรุบๆของซี่โครงหมูกระดูกอ่อนที่สับมา อย่างละเอียดเคี้ยวกินได้ทั้งหมดไร้ซึ่งกระดูก ผัดกับใบกระเพรา พริก กระเทียม หอยฉุยเผ็ดจัดจ้านอาหารไทย

ตามมาด้วย ปลาคังทอดกระเทียมพริกไทย (180 บาท) ปลาคังที่ใช้เป็นปลาคังสดๆ นำมาล้างทำความสะอาดเอาไส้ออกเรียบร้อย แล้วนำเครื่องผัดเช่นกระเทียม พริกขี้หนู และส่วนผสมของทางร้านลงไปผัดก่อน จากนั้นนำเนื้อปลาคังที่หันเป็นชิ้นๆไปทอดพอสุกแล้วนำไปผัดคลุกเคล้ารวมกับ เครื่องให้เข้าถึงเนื้อปลา เมื่อกินแล้วเนื้อปลาจึงกรอบนอกนุ่มใน เคี้ยวหอมกลิ่มกระเทียม

ปลาคังทอดกระเทียมพริกไทย
จานถัดมาเป็น ห่อหมกทะเลผัดเผ็ด (100 บาท) ใช้เนื้อห่อหมกที่ทำจากปลากราย และเครื่องแกงสูตรพิเศษของทานร้าน นำมาผัดใส่ปลาหมึก เนื้อปลากะพง กุ้ง รองจานด้วยใบยอและกะหล่ำซอย ออกมาในรูปแบบผัดรสชาติเหมือนห่อหมกแต่จะออกแห้งๆมันๆ เล็กน้อยและไม่เผ็ดมาก

ห่อหมกทะเลผัดเผ็ด
อาหารจานต่อมาได้แก่ ลาบปลาตะเพียน (100 บาท) ทางร้านนำปลาตะเพียนทั้งเนื้อและก้างมาสับละเอียดผสมเนื้อหมูสามชั้นที่หั่น เป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนพริกทำลาบสั่งตรงมาจากเชียงใหม่รสชาติไม่เผ็ดมาก เคี้ยวกรุบกรอบด้วยหมู 3 ชั้น เสิร์ฟมาพร้อมน้ำซุปไข่ปลาตะเพียนที่ล้างทำความสะอาดมาอย่างดี ไม่คาว ใส่ตะไคร้ใบมะกรูดคล้ายเครื่องต้มยำน้ำใส รสชาติออกเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อไข่ปลานุ่มไม่เหนียวเคี้ยวหนับปาก และมีผักทานเคียงเช่น ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว ใบโหระพา กะหล่ำ

ลาบปลาตะเพียน
พุงปลาช่อนผัดกะเพรา (150 บาท) เป็นอาหารไทยอีกหนึ่งเมนูที่น่าลิ้มลอง พุงปลาช่อนที่นี่ทางร้านล้างทำความสะอาดหลายครั้งเพื่อให้สะอาดจริงๆ จากนั้นก็นำมาผัดคล้ายกับผัดกะเพรา แต่เน้นให้รสออกเผ็ดและจัดจ้านเป็นพิเศษเพื่อดับความคาว แต่ขอบอกว่าเคี้ยวจะหนึบหนับมันปากนัก

สลับอารมณ์จากเมนูแห้งๆมามาเป็น เกาเหลาลูกชิ้นเอ็นหมู (120 บาท) ที่เสิร์ฟมาในลักษณะของหม้อไฟ ทางร้านคัดสรรลูกชิ้นเอ็นหมูคุณภาพดีใช้เนื้อหมูล้วนๆ มาลวกใส่ถั่วงอก หมูสับ กระเทียม ผักบุ้ง และน้ำซุปที่ใช้ซุปกระดูกหมูจึงหวานน้ำซุป เคี้ยวกรึบกรุบลูกชิ้นเอ็น

พุงปลาช่อนผัดกะเพรา
เมนูสุดท้ายคือ ซี่โครงหมูตุ๋นเยื่อไผ่ (180 บาท) ใช้ซี่โครงหมูเนื้อๆ เยื่อไผ่แท้ๆคัดคุณภาพ เห็ดหอมอย่างดี มาตุ๋นกับเครื่องยาจีนในน้ำซุปกระดูกหมูที่ปรุงรสโดยใส่ซีอิ้วขาว ตุ๋นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงเป็นใช้ได้ รสชาติน้ำซุปหอมเข้มข้น เนื้อหมูเปื่อยนุ่มเคี้ยวง่าย เยื่อไผ่เคี้ยวนุ่มกำลังดี

ไม่เพียงเท่านั้นสวนอาหารบางบัว ยังมีอีกหลายเมนูรสเด็ดให้ลองลิ้มกันทั้งอาหารไทยและจีน เช่น ยำไก่บ้าน (90 บาท), หน่อไม้ทะเลผัดน้ำมันหอย (250 บาท), แกงคั่วหอยขม (80 บาท), ปูหลน (80 บาท) เป็นต้น และต้องขอบอกไว้อีกอย่างว่าใครที่มาจัดเลี้ยงหรือจะมานั่งกินอาหารเฉยๆหากนำเหล้ามาดื่มทางร้านไม่คิดค่าเปิดขวด

เกาเหลาลูกชิ้นเอ็นหมู
ส่วนในทุกวันศุกร์-เสาร์ บริเวณลานน้ำพุจะมีดนตรีคาราโอเกะเปิดฟรีให้ร้องเพลงกันอย่างเพลิดเพลิน เรียกว่าใครสนใจอาหารและบรรยากาศแบบนี้ สามารถเดินทางไปรับอรรถรสด้วยตัวเองได้ที่ "สวนอาหารบางบัว"

ซี่โครงหมูตุ๋นเยื่อไผ่
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สวนอาหารบางบัว สาขาบางเขน ตั้งอยู่ที่13 ถนนพหลโยธิน บางเขน กทม. การเดินทาง หากมาทางแยกมหาวิทยาลัยเกษตรฯ ตรงมาทางเส้นถนนพหลโยธิน ผ่านมหาวิทยาลัยศรีปทุมทางฝั่งขวา ผ่านกรมทางหลวงชนบท แล้วข้ามสะพานข้ามคลองแล้วชิดซ้าย สวนอาหารบางบัวจะอยู่ทางซ้ายมือ ตรงข้ามกับกรมทหารราบที่ 11 รอ. เปิดบริการทุกวัน เวลา 10.30-22.30 น. โทร . 0-2551-1793, 0-2552-6088 และสวนอาหารบางบัว สาขาปทุมธานี ตั้งอยู่ที่ ถนนติวานนท์ ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี โทร.0-2979-6970-1

2552/04/01

ร้านอาหารทะเล แดงอาหารทะเล (เจ๊แดง) เจ้าเก่า

แดงอาหารทะเล (เจ๊แดง) เจ้าเก่า
ต้นตำรับแดงอาหารทะเลดั้งเดิม เป็นผู้ก่อตั้งร้านแดงอาหารทะเล อาหารทะเลสดๆ มีให้เลือกรับประทานทั้ง ปูทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา และเมนูขึ้นชื่อของดอนหอยหลอดคือ เมนูจากหอยหลอด ซึ่งอาหารทุกจานรับประกันความอร่อยโดย เจ๊แดงเจ้าเก่า ซึ่ง คอยต้อนรับและให้บริการด้วยตนเองที่ร้านทุกวัน ด้วยประสบการณ์ในการทำร้านอาหารทะเลมากว่า 30 ปี ทางร้านได้รับการแนะนำจากรายการต่างๆ มากมายทั้งทางทีวีและสื่อหนังสือท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะรายการพ่อบ้านเข้าครัว โดย ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์


แดงอาหารทะเล : ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าดอนหอยหลอด แยกจากถนนเพชรเกษมที่กิโลเมตรที่ 62 เปิดให้บริการอาหารทะเล
ตั้งแต่ ปี 2528 ดำเนินการโดย คุณแดง วิลาพร กอสกุล ซึ่งมีประสบการณ์ในการทำร้านอาหารมากว่า 40 ปี จนประสบ ความสำเร็จในอาชีพของคนหน้าเตา ลูกค้าวีไอพีส่วนใหญ่ที่เข้ามาที่ร้าน มีทั้งนักการเมือง ดาราและนักธุรกิจชั้นนำมากมาย ซึ่งที่ร้านแดงอาหารทะเล เน้นอาหารคุณภาพ ในราคายุติธรรม มีโอกาสมาเที่ยว จังหวัดสมุทรสงคราม ลองแวะมา รับประทานอาหารที่ร้าน แดงอาหารทะเล รับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวัง เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-20.00 น.



การเดินทาง
แดงอาหารทะเล : ตั้งอยู่ใกล้ทางเข้าดอนหอยหลอด
แยกจากถนนเพชรเกษมที่กิโลเมตรที่ 62


แดงอาหารทะเล / www.daengseafood.9nha.com
152 ม.1 ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม
โทร. 034-716413 , 034-716423 แฟกซ์ 034-716413

2551/11/08

ลอยกระทง ร้านอาหารริมน้ำเจ้าพระยาที่ เดอะกู๊ดวิว

ร้านอาหารริมน้ำอันน่าสนใจ ที่เราขอเลือกนำมาเสนอและอยากชักชวนให้มิตรรักนักกินไปกันก็คือร้าน "เดอะกู๊ดวิว" ที่ตั้งอยู่ตรงสุดถนนตกติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันงดงาม สำหรับร้านเดอะกู๊ดวิวนี้ หลายๆ คนเห็นชื่อแล้วอาจจะบอกว่าชื่อเหมือนร้านเดอะกู๊ดวิว ที่เชียงใหม่ตรงริมแม่น้ำปิงเลย ซึ่งอันที่จริงแล้วก็ต้องบอกว่าร้านเดอะกู๊ดวิวแห่งนี้ เป็นร้านสาขาต่อยอดที่ทางผู้บริหารเดอะกู๊ดวิวที่เชียงใหม่ ได้ยกเอาคอนเซ็ปของเดอะกู๊ดวิวที่เน้นด้านบรรยากาศร้านอันรื่นรมย์ และอาหารอันเลิศรสมาให้คนกรุงเทพฯ ได้สัมผัสกัน

มีทั้งไทย จีน ญี่ปุ่น และยุโรป รวมถึงยังมีมุมอาหารซีฟู้ดสดๆ ให้ได้เลือกสั่งแบบตามใจชอบ

ขันโตกกู๊ดวิว ( 220 บาท) เสิร์ฟมาในขันโตกเล็กๆ ประกอบไปด้วยเมนูขึ้นชื่อของทางเหนือเต็มอิ่มมีน้ำพริกหนุ่ม น้ำพริกอ่องที่ทางร้านทำเองรสชาติดีเผ็ดถึงเครื่องน้ำพริก กินกับเครื่องเคียงสารพัดทั้งไส้อั่ว แคบหมู หมูยอ แหนมสด และผักสดนึ่ง

ปลากะพงทอดสมุนไพร (320 บาท) เพื่อสุขภาพที่ดี เป็นปลากะพงตัวโตกำลังดีนำมาทอด แล้วมีน้ำยำสมุนไพรที่มีขิง ตะไคร้ หอมแดง พริกขี้หนู ราดมาบนตัวปลา และโรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ กุ้งแห้ง และใบสะระแหน่หอมๆ ลิ้มรสเนื้อปลาสดไม่คาวซึมรสชาติน้ำยำรสกลมกล่อม เคี้ยวมันปากกับสมุนไพรไทยๆ

ซีฟู้ดเผา (คิดราคาตามน้ำหนักของซีฟู้ดที่เลือก) ที่มีอาหารทะเลสลๆ หลายอย่างให้ได้เลือกสั่งมากินได้ตามใจชอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ปูทะเลเนื้อแน่นหวาน กุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ กุ้งแชบ๊วยตัวโต หอยแครง หอยแมลงภู่ หอยเชลล์ หอยตลับ หอยหวาน ที่ล้วนแล้วแต่เนื้อสดหวานได้ใจ จิ้มกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านถูกปากโดนใจ

ซาซิมิรวม (380 บาท) จะได้เต็มอิ่มกับปลาดิบหลายอย่าง มีปลาแซลมอน ปลาอากามิ ปลาโอ ปลาหมึกยักษ์ และปูอัดที่มีความสดหวานชวนกินทั้งนั้น

ขาหมูทอด (300 บาท) ที่มาแบบขาโต เพราะทางร้านเลือกใช้ขาหมูขาหน้าที่มีน้ำหนัก 1 กิโลกว่า นำมาหมักด้วยเครื่องสมุนไพรจนเข้าเนื้อ แล้วนำมาต้มจนสุกพอประมาณ ก่อนจะนำไปทอดจนกรอบได้ที่ ชิมขาหมูหนังกรอบแต่เนื้อในนุ่ม กินเคียงกับมันบด ซาวเคราส์ และซอสที่มีถึง 3 แบบ คือ ซอสมะเขือเทศ น้ำจิ้มซีฟู้ด และตาต้าซอส

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเมนูจานเด็ดอื่นๆ ที่น่าลิ้มรสอีกมากมาย อาทิ ทอดมันกุ้งสาหร่ายญี่ปุ่น (140 บาท) กุ้งผัดไข่เค็ม (220 บาท) ปลากะพงทอดราดแกงเขียวหวาน (320 บาท) เปาะเปี๊ยะทอดมันปลากับแฮม (140 บาท) รวมถึงยังมีพวกเครื่องเย็นๆ ที่ชวนสั่งมาดื่มแกล้มไปกับอาหารและบรรยากาศด้วย อาทิ กู๊ดวิวคลาสสิค (180 บาท) สลุงค็อกเทล (180 บาท) บลูเบอร์รี่เบย์ (80 บาท)

"เดอะกู๊ดวิว" (The Good View, Bangkok) ตั้งอยู่ที่ 2525 ถ.เจริญกรุง แขวง/เขตบางคอแหลม กทม. การเดินทางถ้ามาจากแยกถนนตก ให้ขับตรงมาที่ถ.เจริญกรุงที่จะมุ่งหน้าไปท่าน้ำถนนตก ขับตรงมาจนถึงรพ.เจริญกรุงประชารักษ์ แล้วขับตรงมาอีกไม่ไกลก็จะเห็นป้ายร้านเดอะกู๊ดวิวให้เลี้ยวตามป้ายเข้ามา ก็จะเห็นร้านตั้งอยู่ด้านในติดกับริมน้ำเจ้าพระยา มีที่จอดรถกว้างขวาง ร้านเปิดทุกวัน เวลา 17.00-01.00 น. ถ้ามาทานอาหารแนะนำว่าควรโทร.มาจองโต๊ะก่อนจะดีที่เบอร์ 0-2689-1393

ในวันลอยกระทงที่ 12 พ.ย. นี้ ทางร้านจัดโปรโมชั่นพิเศษแจกกระทงฟรีให้โต๊ะละ 1 ใบ และมีท่าน้ำให้ลอยกระทงด้วย แล้ววันที่ 11-12 พ.ย. แจกเกี๊ยวกุ้งกระทงกรอบฟรีทุกโต๊ะ และยังจัดโต๊ะริมน้ำพิเศษให้สำหรับคู่รักจำนวน 10 โต๊ะ

ที่มา ผู้จัดการ


2551/11/07

ร้านอาหาร แหลมเจริญซีฟู้ด...ยกทะเลมาไว้บนห้างเซ็นทรัลเวิลด์แล้ว

บริเวณที่ตั้งของร้านนั้นด้านหน้าเป็นทะเล หลังร้านเป็นคลอง ตรงที่ทะเลและคลองมาบรรจบกันชาวบ้านเรียกว่า “แหลมเจริญ” ร้านแหลมเจริญถือกำเนิดครั้งแรกเมื่อปี 2522 ตอนนั้นยังเป็นร้านเล็ก ๆ โดยคุณนฤมล วงศ์วีรธร ทำครัวเอง และคุณอาทรผู้ สามีจะถีบรถจักรยานไปจ่ายตลาดทุกเช้า อาศัยรสมือที่อร่อยประกอบกับเลือกอาหารทะเลสด ๆ จึงทำให้ร้านนี้มีลูกค้าทั้งคนพื้นที่และคนกรุงเทพฯที่มาท่องเที่ยวระยองจะ ต้องแวะมากินประจำ


ส่วนเมนูนั้นล้วนแต่เลือกสรรจานเด็ดของที่ร้านต้นตำรับที่ระยองมานำเสนอกว่า 100 เมนู โดยจานที่ทุกคนต้องถามหาคือ ปลากะพงทอดน้ำปลา ( 370 บาท) ซึ่งที่ร้านนี้เขาบอกว่าเป็นเจ้าแรกเลยที่คิดเมนูนี้ขึ้นมา จนตอนหลังขายดีแล้วจึงมีร้านอื่น ๆ นำไปเลียนแบบกันจนระบาดไปทั่ว ความอร่อยอยู่ที่คัดปลาเป็นขนาด 7 – 9 ขีด เรียกได้ว่าตัวโตได้เนื้อเต็ม ๆ คำทีเดียว เวลาทอดจะผ่ากลางตามนอนแบะออก ทอดในน้ำมันร้อนปานกลางให้ข้างนอกกรอบเหลืองเป็นสีทอง ส่วนข้างในเนื้อยังนุ่มหวานด้วยความสดของปลา น้ำปลาที่ใช้ราดนั้นต้องใช้หัวน้ำปลายี่ห้อพรพิมลที่ใช้มาตั้งแต่เริ่มต้นจน ถึงวันนี้รสชาติจึงไม่เปลี่ยนแปลง ให้กลิ่นหอมของน้ำปลาแท้ ๆ ที่ไม่ใช่ดีแต่เค็มอย่างเดียว

ยำปลาข้าวสาร ( 120บาท) ที่ระยองเป็นแหล่งที่มีปลาข้าวสารชุมมาก เป็นปลาตัวเล็ก ๆ ใหญ่กว่าเส้นด้ายหน่อยเดียวแต่ให้แคลเซี่ยมสูงมาก นำมาทอดกรอบกินเปล่า ๆ ก็ให้รสเค็ม ๆ มัน ๆ พอนำน้ำยำ 3 รสราดลงไปเติมผักและเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ตักเข้าปากเคี้ยวเพลินดี เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี

อาหารปูมีให้เลือกเป็นปูม้าเป็น ๆ กิโลกรัมละ 490 บาท หรือปูไข่เนื้อหวานมันกิโลกรัมละเป็นพัน เรื่องปูนั้นถ้าไม่สดแล้วเวลากินจะรู้ได้ทันทีว่าไม่หวานและเนื้อไม่แน่น เมนูปูมีหลายอย่างให้เลือก ที่ฮิตกันคือปูนึ่งซึ่งจะแกะเป็นเนื้อ ๆ ให้ตักเข้าปากได้สบายๆ และเลาะออกเป็นส่วน ๆ ติดกับขาปู แต่ชอบแบบหลังมากกว่าเพราะให้ความรู้สึกเหมือนกินปูจริง ๆ นอกจากนี้ปูยังนำไปผัดผงกะหรี่ ปูผัดพริกเผา แกงคั่วปูไข่หน่อไม้ดอง ปูผัดพริกไทยดำ เป็นต้น

ห่อหมกปลาอินทรีย์ เป็นอีกเมนูที่ขายดีมาก ถ้าอยากจะกินต้องมาก่อนเที่ยงเพราะจะทำเพียงวันละรอบเท่านั้น หมดแล้วหมดเลย จะใช้ปลาอินทรีย์สด ๆ มาขูดเนื้อแล้วกวนเข้ากับพริกแกงและกะทิจนเหนียวแล้วจึงวางผักกะหล่ำ หรือใบโหระพาในกระทงใบตอง ตักห่อหมกลงกะประมาณเกือบเต็ม นำไปนึ่งไฟแรง ๆ พอเนื้อปลาโดนไฟจะสุกฟูจนล้นกระทง หอมหวานน่ากินมาก
ร้านแหลมเจริญซีฟู้ด
ประเภท อาหารซีฟู้ด อาทิ ปลากะพงทอดน้ำปลา ยำปลาข้าวสาร ห่อหมกปลาอินทรีย์
ที่อยู่ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ อยู่ชั้น3 โซน บีคอน เปิดให้บริการตั้งแต่11.00 – 22.00 น. โทร 02-646-1040
ที่มา ผู้จัดการออนไลน์